มาดูที่คู่แรกช่วงทุ่มครึ่ง หลังจากแพ้เชลซีมาในนัดที่แล้วทำให้สเปอร์ยังอยู่ที่อันดับ 5 ของตารางและจะต้องเก็บชัยชนะต่อไปเพื่อคว้าอันดับ 4 มาครองให้ได้จะได้สิทธ์ไปฟุตบอลยุโรปเปิดเกมส์มาโดน ไบท์ตันโหม่งออกนำไปก่อนในทางทีที่ 37 และกลับมาชนะได้ในครึ่งหลังจากประตูของแฮรี่ เคนและเดเล่ อัลรี่ ทำให้ยังตามตูดกดดันเชลซีอย่างต่อเนื่องที่ 3 แต้ม

นับเป็นชัยชนะในวันที่เศร้าที่สุดของโจเซ่ มูรินโญ่เลยทีเดียวเนื่องจากเป็นวันที่สุนัขซึ่งรักแบบครอบครัวได้มาจากไป มาต่อด้วยทีมที่โดยตามตูดอย่างเชลซี ซึ่งฟอร์ม 3 วันดี 4 วันไข้จริงๆ เมื่อเปิดบ้านรับการมาเยือนของ ทีมนักบุญ เซาแธมป์ตัน และจบลงด้วยชัยชนะของทีมเยือนทำให้เชลซีแพ้ 5 จาก7 เกมส์หลังสุดแล้วโดยที่วันนี้เชลซีมาในแผน 3-4-3 และไม่สามารถจบสกอร์ลงได้เป็นการตอกย้ำอีกว่า มกราคมนี้ต้องซื้อตัวเพิ่มอย่างแน่นอน  มาต่อกันที่ทีมอย่างอาเซน่อลที่ไปเยือนบอร์นมัธ ซึ่งวันนี้เป็นวันแรกที่โครตใหม่อยากมิเกล อาเตต้าได้คุมทีมและจบด้วยการต้องมาตามตีเสมอจาก โอบาเมยังอีกนัดทำให้ตอนนี้สถานการณ์ของอาเซน่อลยังอยู่ที่ 11 เมื่อผ่านไป 18 นัด ในขณะที่เอฟเวอร์ตันภายใต้การคุมทีมของ คาโล อัลเชลอตติ ก็สอบผ่านโดยการชนะเบรินลี่ ในกูดิสัน ปาร์ค โดยที่ครองบอลได้ถึง 67 เปอร์เซ็นต์และอีกฝ่ายยิงไม่เข้ากรอบเลยแม้แต่ครั้งเดียวซึ่งเอฟเวอร์ตันขึ้นมาอยู่อันดับ 13 และห่างจากโซนตกชั้น  4 แต้มแล้ว มาถึงแมนยูซึ่งเป็นทีมที่เจอทีมเล็กเป็นเสี่ยวตลอด ก็ทำการขยี้นิวคาสเซิลไปถึง 4 ประตูต่อ 1 ซึ่งแฟนบอลรวมถึงนักเตะในทีมก็ให้การสนับสนุน โอเล่ กุนนาร์ โซลชาร์ ต่อไป และตามอันดับ 4 มาอยู่ที่ 4 คะแนนเท่านั้น

คู่สุดท้ายของค่ำคืนคงเป็นคู่ที่ทุกคนต่างอยากดูและเป็นคู่ที่คาดว่าจะตัดสินแชมป์ในฤดูกาลนี้คือ ลิเวอร์พูลทีมจ่าฝูง และเลสเตอร์ ซิตี้ ทีมอันดับ 2 ซึ่งทีมแชมป์โลกเป็นฝ่ายบุกไปเยือนและชนะไปอย่างท่วมท้น 4 ประตูต่อ0 จนทำให้ ตอนนี้คะแนนของที่ 1 และที่ 2 ห่างกันถึง 13 คะแนนและลิเวอร์พูลยังเตะน้อยกว่า 1 นัดเนื่องจากไปแข่งสโมสรโลกมาซึ่งอาจจะเป็นการกระรันตีได้แล้วว่า ฤดูกาลนี้ลิเวอร์พูลจะได้ชูถ้วยหลังจากรอคอยมานานกว่า 30 ปีเลยทีเดียวถึงแม้ว่าจะแข่งขันมาถึงแค่ครึ่งฤดูกาลแต่พวกเขาก็มีสถิติไม่แพ้ใครเลยในขณะนี้